สอบถามได้ที่

Line

โทรติดต่อได้ที่

0944497446

สำหรับรีวิวนี้จะเป็นภาพบรรยากาศทริปทัวร์ดูบอลพรีเมียร์ลีก ลุ้นแชมป์อาร์เซน่อล โดยกรุ๊ปเราเดินทางกันในช่วงวันที่

รีวิวเต็ม โปรแกรมอาร์เซน่อล 7 วัน 4 คืน Part 1

สำหรับรีวิวนี้จะเป็นภาพบรรยากาศทริปทัวร์ดูบอลพรีเมียร์ลีก ลุ้นแชมป์อาร์เซน่อล โดยกรุ๊ปเราเดินทางกันในช่วงวันที่ 9-13 เมษายน 2026 ที่ผ่านมานี้เองครับ สไตรเกอร์ เจอร์นีย์ เก็บภาพสวยๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวและบรรยากาศในทริปมาฝากกันแบบจุใจเลย (ปล. ในรีวิวนี้จะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ภาพที่เห็นใบหน้าของลูกทัวร์และลูกค้าทุกท่านเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความสบายใจของทุกคนครับ)

ทริปนี้พวกเราบินกันยาวๆ 12 ชั่วโมงเต็ม ลัดฟ้าจากเมืองไทยมาลงที่ลอนดอนด้วยสายการบินไทยครับ นั่งกินๆ นอนๆ สบายๆ แป๊บเดียวก็ถึงดินแดนผู้ดีอังกฤษแล้ว

หลังจากผ่าน ตม. และออกมาจากสนามบินฮีทโธรว์เรียบร้อย เราก็เริ่มออกเดินทางไปยังสถานที่แรกของทริปกันเลยครับ โดยปักหมุดกันที่ “สโตนเฮนจ์” (Stonehenge) อนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ในมณฑลวิลต์เชียร์ ประเทศอังกฤษครับ

ก่อนที่จะไปถึงตัวสโตนเฮนจ์นั้น เราต้องไปจอดรถที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกันก่อนนะครับ เพราะเขาไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวเข้าไป โดยเราจะต้องนั่งรถบัสของทางสโตนเฮนจ์เข้าไปอีกต่อหนึ่งครับ

ซึ่งรถบัสของทางสโตนเฮนจ์ที่จะพาเราเข้าไปก็คือคันสีทองสะดุดตาที่เห็นในภาพเลยครับ

จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนั่งรถบัสเข้าไปยังตัวสโตนเฮนจ์ใช้เวลาไม่นานเลยครับ ระหว่างสองข้างทางมีฟาร์มแกะขนปุยเล็มหญ้ากันอยู่เต็มไปหมด

และแล้วก็ถึงแล้วครับ ได้เวลาเดินเข้าไปชมความยิ่งใหญ่ของตัวสโตนเฮนจ์กันแบบใกล้ๆ ทางเดินของที่นี่จัดเส้นทางไว้ให้เราได้เดินชมและถ่ายรูปตัวสโตนเฮนจ์กันได้แบบเต็มๆ ครบรอบวงกลม 360 องศาเลยครับ

ลองหันไปมองวิวฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และสะดุดตากับกลุ่มต้นไม้ที่เกาะกลุ่มรวมกัน ถ้าลองสังเกตดูดีๆจะเห็นเป็นตัวอูฐยืนอยู่กลางภาพเลยครับ 

หลังจากเดินชมและอินกับความมหัศจรรย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็กลับมาที่จุดเดิมเพื่อขึ้นรถบัสคันสีทองกลับไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกครั้งครับ

ตรงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนี้จะมี “บ้านโบราณจำลองยุคนีโอลิธิก” (Neolithic Houses) ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างจำลองมาจากหลักฐานโบราณคดีที่ขุดพบรอบๆสโตนเฮนจ์ เพื่อให้เราเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมื่อ 4,500 ปีก่อน รวมถึงมีตัวอย่างและสิ่งจัดแสดงสาธิตวิธีการขนย้ายหินยักษ์ในอดีตให้เราได้ชมกันด้วย ตรงจุดนี้เราปล่อยให้ชาวแก๊งทีมสไตร์เกอร์ของเราได้มีเวลาเดินเล่น ช้อปปิ้งซื้อของฝากกันสักหน่อย ก่อนที่เราจะออกเดินทางกันต่อไปที่เมืองบาธครับ

พอเดินทางมาถึงเมืองบาธปุ๊บ ท้องเริ่มร้องพอดี เราเลยแวะทานอาหารกลางวันกันก่อนที่ร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองบาธ นั่นคือร้าน “Sally Lunn’s” ครับ ร้านนี้ตัวตึกโบราณคลาสสิกมาก มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และเริ่มเสิร์ฟความอร่อยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1680 โดยคุณ Sally Lunn ผู้อพยพชาวฝรั่งเศสที่มาอบขนมปังบันสูตรลับจนโด่งดัง 

ในร้านนั้นจะมีส่วนที่เป็นมิวเซียมขนาดกะทัดรัดด้วยครับ ภายในจะจำลองห้องครัวโบราณพร้อมเตาถ่านหิน ซึ่งตรงนี้ในอดีตเคยถูกใช้ในการทำอาหารและอบขนมปังจริงๆ แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้วเลยปรับมาเป็นมิวเซียมให้เราได้ชมประวัติศาสตร์กันครับ

อิ่มท้องกันแล้วเราไปลุยกันต่อที่โรงอาบน้ำโรมันโบราณ “The Roman Baths” แลนด์มาร์กสำคัญอันเป็นที่มาของชื่อเมืองนี้กันครับ

เดินเข้าไปด้านในเขาก็จะมีแบบจำลองโรงอาบน้ำแบบสมบูรณ์ในอดีตตั้งแสดงไว้ให้ดู เพื่อให้เราเห็นภาพความยิ่งใหญ่และเทคโนโลยีของคนยุคโรมันโบราณครับ

นอกจากนั้นรอบๆ ก็จะมีนิทรรศการจัดแสดงพวกจาน ชาม ข้าวของเครื่องใช้ที่คนยุคนั้นใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ รวมถึงมีพวกชิ้นส่วนหินคานประตูสลักลวดลายต่างๆ มาแสดงให้ชมกัน

เมื่อเดินออกจากส่วนมิวเซียมด้านใน เราจะทะลุออกมาด้านล่างตรงบริเวณรอบบ่อน้ำตรงกลางอีกครั้งครับ ซึ่งตรงโซนนี้จะเต็มไปด้วยห้องหับต่างๆ ที่ชาวโรมันโบราณเคยใช้ประกอบกิจกรรมผ่อนคลายร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นห้องอบซาวน่าหรือห้องแช่น้ำในอดีต

หลังจากออกมาจาก The Roman Baths เราก็พาชาวคณะไปกันต่อที่ “The Royal Crescent” (รอยัล เครสเซนต์) กลุ่มอาคารที่พักอาศัยสถาปัตยกรรมสไตล์จอร์เจียนที่โดดเด่นด้วยการสร้างตึกแถวเรียงต่อกันเป็นรูปครึ่งวงกลมยาวเหยียดขนาบไปกับสนามหญ้าขนาดใหญ่ ตรงจุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปที่ฮิตมากๆ แม้ว่าค่อนข้างอยู่ห่างจากจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ในเมืองไปสักนิดและต้องเดินขึ้นเนินกันหน่อย แต่ทัวร์เราก็พาชาวคณะมาชมให้ครบ ไม่มีการตัดออกแน่นอน เรียกว่ามารอบเดียวจบครบถ้วน ไม่ต้องมาซ่อมแล้วครับ

หลังจากออกมาจาก The Roman Baths เราก็พาชาวคณะไปกันต่อที่ “The Royal Crescent” (รอยัล เครสเซนต์) กลุ่มอาคารที่พักอาศัยสถาปัตยกรรมสไตล์จอร์เจียนที่โดดเด่นด้วยการสร้างตึกแถวเรียงต่อกันเป็นรูปครึ่งวงกลมยาวเหยียดขนาบไปกับสนามหญ้าขนาดใหญ่ ตรงจุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปที่ฮิตมากๆ แม้ว่าค่อนข้างอยู่ห่างจากจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ในเมืองไปสักนิดและต้องเดินขึ้นเนินกันหน่อย แต่ทัวร์เราก็พาชาวคณะมาชมให้ครบ ไม่มีการตัดออกแน่นอน เรียกว่ามารอบเดียวจบครบถ้วน ไม่ต้องมาซ่อมแล้วครับ

ก่อนที่จะไปลุยกันต่อ เราแวะเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมกันก่อนครับ คืนแรกเรานอนค้างคืนกันที่เมืองบาธเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยอัดรถยาวๆ ทริปนี้เราพักกันที่ Hampton by Hilton Bath City โรงแรมระดับ 4 ดาวครึ่งใจกลางเมืองบาธ ห้องพักใหม่ สะอาด และทำเลดีงามมากครับ

หลังจากได้เช็คอินเก็บกระเป๋าและพักผ่อนกันนิดหน่อย ก็ถึงเวลาของอาหารเย็น มื้อเย็นนี้แอดมินพาไปจัดเต็มอาหารทะเล เมนูหอย และปูสดๆ และที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับทริปนี้ก็คือเมนู “ฟิช แอนด์ ชิปส์” (Fish and Chips) อาหารประจำชาติของอังกฤษนั่นเอง เรียกว่าเราให้ชาวคณะได้ลองอาหารอังกฤษแท้ๆกันตั้งแต่วันแรกเลยครับ โดยร้านนี้ถือเป็นร้านฟิชแอนด์ชิปส์ที่อร่อยที่สุดในเมืองบาธ และว่ากันว่าเป็นหนึ่งในร้านที่อร่อยที่สุดในประเทศอังกฤษเลยด้วยครับ

แต่โปรแกรมของเราในวันแรกยังไม่จบแค่นี้ครับ เราจะลืมอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญไปไม่ได้เด็ดขาด นั่นก็คือ “Pulteney Bridge” ซึ่งข้อดีของการพักโรงแรมใจกลางเมืองคือเราสามารถเดินเท้าจากที่พักไปได้เลย หลังอาหารเย็นเราก็เลยเดินยืดเส้นยืดสายไปชมสะพาน Pulteney Bridge ช่วงแสงเย็นกันครับ

ตัวสะพาน Pulteney Bridge นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานสร้างเสร็จมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1774 โดยสถาปนิก Robert Adam ความพิเศษคือเป็น 1 ในสะพานไม่กี่แห่งบนโลกที่มีสิ่งปลูกสร้างเป็นร้านค้าขายของตั้งเรียงรายอยู่บนสะพานเต็มสองฝั่งเลยครับ ด้านล่างสะพานมีแนวฝายกั้นน้ำลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ

วันแรกเราจบโปรแกรมแยกย้ายกันเกือบๆ 3 ทุ่มเลยครับ แต่ฟ้ายังมืดไม่สนิทดีเลย ด้วยช่วงเวลาทริปของเราที่เดินทางกันในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของอังกฤษ ทำให้พระอาทิตย์ตกดินค่อนข้างช้ามากๆ ข้อดีคือทำให้เราเที่ยวได้ยาวๆ ถ่ายรูปสวยๆได้จนค่ำเลยครับ

อ่านต่อ Part 2 

ติดตามเพื่อรับโปรโมชั่น

ไม่พลาดโปรโมชั่นทุกแพ็กเกจดูบอล

แพ็กเกจดูบอล

บริการ

ติดต่อ

Striker Journey

" Feel the Game. Live the Dream "

บริษัท สไตรเกอร์ เจอร์นีย์ จำกัด

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/12735

© Copyright 2024 powered by ANOR