หลังวันฟรีเดย์ที่แต่ละท่านแยกย้ายกันไปเที่ยวตามลิสต์ในใจกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ
Home
บล็อคท่องเที่ยว
รีวิวเต็ม โปรแกรมอาร์เซน่อล 7 วัน 4 คืน Part 4
หลังวันฟรีเดย์ที่แต่ละท่านแยกย้ายกันไปเที่ยวตามลิสต์ในใจกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทางในลอนดอน ก่อนที่เราจะเดินทางไปสนามบินเพื่อบินกลับประเทศไทยกันแล้วครับ
โปรแกรมแรกของวันนี้เราจะย้อนกลับไปที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม กันอีกครั้ง แต่รอบนี้เราจะไปเข้า Stadium Tour ครับ หลังทานอาหารเช้าเสร็จเราตรงไปถึงสนาม เริ่มเดินเข้ามาด้านในปุ๊บ ก็จะเจอกับป้ายต้อนรับแกรนด์ๆ ป้ายนี้ก่อนเลยครับ
เดินขึ้นมาด้านบนจะเป็นโซน Diamond Club ซึ่งเป็นโซนที่นั่งระดับวีไอพี หรือโซน Hospitality ที่แฟนบอลหลายคนใฝ่ฝัน โดยด้านในจะมีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารจัดเตรียมไว้ให้สำหรับทานก่อนเริ่มเกมด้วยครับ ซึ่งตั๋วแบบ Hospitality นี้จะรวมอาหารและเครื่องดื่มไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และโซนนี้บอกเลยว่าเป็นโซนที่ที่นั่งมุมดีที่สุดในสนามแล้วครับ แต่ขอบอกก่อนว่า ดี ใน ณ ที่นี้คือเป็นมุมที่ใกล้เคียงกับมุมกล้องของการถ่ายทอดสดมากที่สุด ทำให้เราเห็นนักเตะได้ชัด และก็สามารถชมเกม ดูแท็กติกได้อย่างชัดเจนที่สุด ไม่อยู่สูงเกินไปครับ
จากนั้นเราเดินออกประตูโซนวีไอพีมา เพื่อชมด้านในสนามกัน และอีกหนึ่งข้อดีของทัวร์สนามอาร์เซน่อลจะเป็นการเดินชมเองตามจุดและมีอุปกรณ์ใช้สำหรับฟังบรรยายให้ ทำให้คณะของเราไม่ต้องรีบ มีเวลาถ่ายรูปกันเต็มๆ ครับ
จุดต่อไปเราจะไปชมห้องแต่งตัวนักเตะกันต่อครับ แต่ระหว่างทางเดินเชื่อมไปนั้น เราก็จะเจอกับโซนที่เป็น Time Capsule ซึ่งทางสโมสรได้ใส่สิ่งของสำคัญต่างๆ ในประวัติศาสตร์ลงไปในนั้นครับ ส่วนของที่ใส่ลงไปด้านในก็จะมีรายการเขียนบอกอยู่รอบๆ ตัวแคปซูลเลยครับว่ามีอะไรบ้าง
ก่อนจะเดินเข้าสู่ตัวห้องแต่งตัวจะมีโซนฟิตเนสขนาดมินิที่มีอุปกรณ์ไว้ให้นักเตะใช้วอร์มร่างกายและยืดกล้ามเนื้อเล็กน้อยก่อนที่จะลงสู่สนามแข่งขันครับ
และแล้วก็มาถึงห้องแต่งตัวของอาร์เซน่อลครับ ถือว่าเป็นหนึ่งในห้องแต่งตัวในสนามฟุตบอลที่ทำออกมาได้สวยงาม ทันสมัย และใหญ่โตกว้างขวางมากๆ และในห้องแต่งตัวนี้จะมีห้องทำงานส่วนตัวของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า อยู่ด้านในด้วยครับ
หลังจากซึมซับบรรยากาศในห้องแต่งตัวเสร็จก็ถึงเวลาเดินลงสนามผ่านอุโมงค์ทางเดิน ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่นักเตะทั้งสองทีมใช้เดินแถวลงสนามกันจริงๆ เวลาลงแข่งขันครับ
พอเดินพ้นอุโมงค์ออกมา ตรงจุดนี้เราจะเห็นพื้นสนามหญ้าในระยะที่ใกล้มากๆ และจะเห็นภาพสนามทั้งหมดจากมุมมองเดียวกันกับที่ผู้จัดการทีมเห็นเวลาคุมเกมข้างสนามเลยครับ และไฮไลท์คือเราสามารถเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ถ่ายรูปเท่ๆ ที่ซุ้มม้านั่งสำรองของทีมได้ ฟีลเหมือนได้เป็นสตาฟฟ์โค้ชท่านหนึ่งเลยครับ 555
ก่อนจะเดินย้อนกลับเข้ามาตรงโซนสัมภาษณ์นักเตะหลังเกม โดยตรงจุดนี้จะเป็นห้องเล็กๆ หลายห้องเรียงกันไว้สำหรับสื่อเจ้าต่างๆ เข้ามาสัมภาษณ์รายบุคคลครับ
และมาต่อกันที่โซนแถลงข่าว หรือห้องเพรสคอนเฟอเรนซ์ สำหรับจัดงานแถลงข่าวก่อนแข่งและหลังแข่งของผู้จัดการทีม ซึ่งช่วงที่คณะเราเดินทางไปชมนั้นตรงกับช่วงก่อนเกมการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก พอดีเป๊ะ ฉาก Backdrop ของห้องจึงมีการจัดแต่งเป็นธีมโลโก้และลวดลายของฟุตบอล UCL ครับ
หลังจากทัวร์สนามกันอย่างจุใจแล้ว ก็ถึงเวลาปล่อยให้ทุกท่านได้ช้อปปิ้งละลายทรัพย์กันแบบเต็มๆ อีกครั้งที่เมกาสโตร์ ก่อนที่เราจะออกเดินทางไปเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญของลอนดอนกันต่อที่ มหาวิหารเซนต์พอล (St. Paul’s Cathedral) ครับ
การเดินทางมาเที่ยวลอนดอนในช่วงเดือนเมษายนนี่มันดีงามจริงๆ ครับ ดีตรงที่ดอกไม้ตามสวนรอบๆ มหาวิหารกำลังบานสะพรั่งสีสันสดใสมากๆ
เดินขยับจากมหาวิหารเซนต์พอลมานิดเดียวข้างๆ กัน ก็จะเป็น สะพานมิลเลนเนียม (Millennium Bridge) สะพานคนเดินเหล็กดีไซน์ล้ำยุคที่ทอดข้ามแม่น้ำเทมส์ ซึ่งสะพานนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) ในฉากเปิดตัวภาค 6 ที่โดนผู้เสพความตายโจมตีจนสะพานถล่มด้วยนะครับ แน่นอนว่าเราพาลูกทีมเดินขึ้นไปชมวิวและถ่ายรูปกันบนสะพานเลยครับ
ก่อนที่เราจะไปรับประทานอาหารมื้อกลางวันกัน วันนี้โปรแกรมเราจัดหนักพาลูกทัวร์ไปเติมพลังด้วยเมนูกุ้งล็อบสเตอร์ที่ร้านดังระดับตำนานของลอนดอนอย่าง Burger & Lobster ครับ
พอกินอิ่มกันแล้ว เราไปลุยต่อกันที่ ทาวเวอร์ออฟลอนดอน (Tower of London) และ สะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ กันเลยครับ
และจากตรงบริเวณหน้าสะพาน Tower Bridge นี้เอง เราไม่ได้เดินเที่ยวเฉยๆ นะครับ แต่เราพาชาวคณะไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการ ล่องเรือแม่น้ำเทมส์ จากท่าเรือตรง Tower Bridge ยาวไปขึ้นฝั่งที่หอนาฬิกา Big Ben กันเลยครับ
ระหว่างทางที่เรือแล่นผ่านเราจะสามารถมองเห็นจุดสำคัญๆ และแลนด์มาร์กของกรุงลอนดอนได้แทบจะครบทุกที่
ส่วนภายในตัวเรือจะมีทั้งโซนชั้นดาดฟ้าเปิดโล่งด้านบน และโซนที่นั่งด้านล่างที่เป็นห้องกระจก หากช่วงไหนเวลาที่อากาศด้านนอกหนาวมากหรือลมแรงเกินไป ลูกทัวร์ก็สามารถลงมานั่งหลบหนาวข้างล่างได้เหมือนกันครับ
นั่งเรือเพลินๆ มาจนถึงบิ๊กเบน (Big Ben) เรามาปักหมุดปิดจบวันสุดท้ายกันที่ตรงนี้เลยครับ ซึ่งพิกัดตรงจุดนี้จะเห็นวิวแลนด์มาร์กของอังกฤษตั้งอยู่ใกล้ๆ กันหมดเลย ทั้งลอนดอนอาย (London Eye), หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) และมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (Westminster Abbey) ถือเป็นสถานที่สุดท้ายในโปรแกรมท่องเที่ยวของพวกเราในทริปนี้แล้วครับ
ต่อจากนี้เราจะเริ่มเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่สนามบินฮีทโธรว์กันแล้วครับ แต่ก่อนจะกลับสนามบิน วันนี้เราจะมีการแวะไปส่งลูกทัวร์บางท่านที่ต้องการอยู่เที่ยวต่อในประเทศอังกฤษกันก่อนครับ
ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความพิเศษและออปชั่นที่ทัวร์ของเราจัดให้ลูกค้าได้เสมอกับบริการที่ยืดหยุ่น คือหากลูกค้าท่านไหนที่มาทริปกับเราแล้วยังไม่จุใจ อยากจะอยู่เที่ยวต่อ หรือวางแพลนเดินทางไปเมืองอื่นๆ เพิ่มเติมหลังจบโปรแกรมทัวร์ ทางเราก็สามารถจัดให้ได้ตามความต้องการครับ
สุดท้ายนี้ แอดมินและทีมงานต้องขอขอบพระคุณชาวคณะทีมสไตร์เกอร์ทุกๆ ท่านมากๆ เลยนะครับที่ไว้ใจและเลือกให้เราได้เป็นผู้ดูแลมอบความสุขในทริปประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในทริปต่อๆ ไป พวกเราจะได้มีโอกาสต้อนรับและดูแลทุกๆ ท่านอีกครั้งนะครับ
และก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันจนถึง Part สุดท้ายนี้ด้วยนะครับ หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรักฟุตบอลอังกฤษอยากเก็บกระเป๋าเคลียร์คิวตามรอยพวกเรามาสัมผัสบรรยากาศของจริงกันสักครั้ง แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าครับ
ปล. ภาพในบางสถานที่ที่ไม่มีภาพในการรีวิว ทางเราขออนุญาตสงวนภาพที่ติดหน้าทุกท่านให้มากที่สุด เพื่อความเป็นส่วนตัวนะครับ
© Copyright 2024 powered by ANOR