สอบถามได้ที่

Line

โทรติดต่อได้ที่

0944497446

ไฮไลท์สำคัญที่สุดในวันที่ 3 ของการเดินทางครับ วันนี้บอกเลยว่าเป็นวันที่ทุกคนลอยคอ เอ้ย รอคอย เพราะ

รีวิวเต็ม โปรแกรมอาร์เซน่อล 7 วัน 4 คืน Part 3

มาต่อกับไฮไลท์สำคัญที่สุดในวันที่ 3 ของการเดินทางกันครับ วันนี้บอกเลยว่าเป็นวันที่ทุกคนลอยคอ เอ้ย รอคอย เพราะโปรแกรมหลักของเราในวันนี้คือการพาทุกคนไปชมเกมของอาร์เซน่อลกันแบบสดๆ ติดขอบสนามครับ ซึ่งรีวิวในพาร์ทนี้แอดมินจะเน้นเป็นการลงภาพเล่าบรรยากาศให้ชมกันซะมากกว่านะครับ เนื่องจากเวลาเกือบทั้งหมดของวันนี้เราจะทุ่มเทให้กับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นหลักเลยครับ

หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อย เราออกเดินทางกันสายๆ แบบไม่รีบร้อนครับ เพราะโปรแกรมวันนี้จะเริ่มคิกออฟกันในช่วงเที่ยงตรงพอดี โดยจุดหมายแรกเราปักหมุดตรงไปชม ไฮบิวรี่ สแควร์ (Highbury Square) หรือสนามไฮบิวรี่ รังเหย้าเก่าของอาร์เซน่อลกันก่อนครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ไฮบิวรี่ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นอาคารที่พักอาศัยแล้ว แต่ก็ยังคงเก็บโครงสร้างสถาปัตยกรรมบางส่วนเอาไว้ เราพาชาวคณะมาซึมซับประวัติศาสตร์และบิ้วอารมณ์ก่อนไปดูเกมกันสักหน่อยครับ 555

เราเดินเข้ามาชมพื้นที่ด้านในกันครับ อาคารสไตล์อาร์ตเดโคที่เห็นตั้งตระหง่านอยู่นั้นคือตัวสแตนที่นั่งเก่า  ซึ่งเขายังเก็บบรรดารายละเอียด โครงสร้างคาน รวมไปถึงแนวหลังคาสนามเดิมเอาไว้ ถ้ามองดีๆ จะยังพอมองออกเลยครับว่าตรงไหนเคยเป็นจุดที่นั่งชมบอลในอดีต

ถึงเวลาเดินทางไปชมเกมแล้วครับ โดยทัวร์ของเราเน้นพาชาวคณะมาถึงสนามก่อนเวลาแข่งอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครับ เพื่อให้ทุกท่านได้มีเวลาถ่ายภาพสวยๆ คู่กับสนามกันก่อนเกมจะเริ่มอย่างเต็มอิ่ม ทางเราถ่ายภาพสวยๆ เก็บมุมปังๆ ให้ลูกค้าทุกท่านแบบทั่วถึงเลยครับ

ต้องบอกว่าในวันที่มีการแข่งขัน ถนนโดยรอบสนามจะถูกปิดห้ามรถผ่านทั้งหมดครับ รถโค้ชของเราจะไปจอดส่งในจุดที่กำหนด และเราจะพาชาวคณะเดินเท้าต่อมุ่งตรงไปยังสนาม โดยเข้าจากทางฝั่งสถานีรถไฟใต้ดิน Holloway Road Station ครับ

สองข้างทางเดินยาวไปจนถึงสนามก็จะเต็มไปด้วยบรรดาร้านแผงลอยขายของที่ระลึกที่กลุ่มแฟนบอลท้องถิ่นเขาทำมาวางขายกันเอง มีทั้งผ้าพันคอ เสื้อสกรีนลายล้อเลียน หรือเข็มกลัดเท่ๆ ซึ่งของพวกนี้จะไม่ใช่สินค้าลิขสิทธิ์แท้ของทางสโมสรนะครับ แต่ข้อดีคือราคาจะถูกกว่าในช็อปเยอะเลยครับ ใครชอบสะสมของแนวสตรีท แอดมินแนะนำให้ลองเลือกซื้อจากตรงนี้ได้เลยครับ

ระหว่างทางเดินไปก็จะเห็นว่าแฟนบอลจะยังไม่หนาตาเท่ากับช่วงใกล้ๆ บอลจะเตะครับ

เดินกันมาแป๊บเดียว… ถึงตัวสนามแล้วครับ สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ของจริงคือใหญ่โตอลังการมากครับ และตรงจุดที่เราเดินมาถึงนี้ จะมีมุมนี้แหละครับที่เป็นลานกว้างขวางช้อนสายตาขึ้นไปแล้วสามารถมองเห็นสเตเดียมได้ครบแบบเต็มรอบวงกลมสวยที่สุด

บริเวณรอบๆ สนามก็จะมีป้าย Celebration เพื่อยกย่องและระลึกถึงเหล่านักเตะเก่าๆ ระดับตำนานของสโมสร รวมถึงมีรูปปั้นของบุคคลสำคัญอย่างเช่น รูปปั้นของ อาร์แซน เวนเกอร์ บรมกุนซือผู้วางรากฐานยุคใหม่ ซึ่งเราก็พาชาวคณะเดินไปถ่ายรูปคู่ เก็บความทรงจำครบทุกจุดทุกท่านเลยไม่มีตกหล่นครับ

พอใกล้เวลาแข่งขันเข้ามาเรื่อยๆ  บรรยากาศก็เริ่มคึกคักขึ้น ผู้คนและแฟนบอลหลังไหลเข้ามากันเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่เลยครับ

ตัดภาพมาหลังจบเกม…

แอบกระซิบว่าผลการแข่งขันในแมตช์นี้แอบไม่เป็นใจให้เจ้าบ้านเท่าไหร่ครับ

อาร์เซน่อลพ่ายให้กับบอร์นมัธไป 1-2  แต่ถึงสกอร์จะไม่เป็นใจทว่าชาวแก๊งคณะทีมสไตร์เกอร์ของเรายังคงแฮปปี้ ยิ้มแย้มกันทุกคนครับ เพราะการได้มาเดินทางสัมผัสบรรยากาศในสนามหลังจากที่นั่งดูผ่านหน้าจอทีวีมานาน ได้มาเห็นนักเตะคนโปรดวิ่งอยู่ตรงหน้า แค่นี้สำหรับคนรักฟุตบอลก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในชีวิตแล้วครับ อีกอย่างแพ้นัดนี้ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะสุดท้ายอาร์เซน่อลจบด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ครับ

หลังจากเต็มอิ่มกับฟุตบอลแล้ว โปรแกรมวันแรกในลอนดอนของเรายังไม่หมดแค่นี้ครับ เราพาทุกท่านไปเที่ยวกันต่อแบบไม่รอแล้วนะ หลังจากที่เดินออกมาจากสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม เรียบร้อย เราก็นั่งรถตรงดิ่งไปเช็คอินกันต่อที่ พระราชวังบัคกิงแฮม (Buckingham Palace) แลนด์มาร์กศูนย์รวมใจของคนอังกฤษครับ

เนื่องจากทริปของเราเดินทางมากันในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี ช่วงนี้ต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์กำลังพากันบานสะพรั่งสีสันสดใสสวยงามมากครับ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือสวนหย่อมรอบพระราชวังที่มีการจัดสวนไว้ ดอกไม้จะสวยสุดๆ อย่างที่เห็นในภาพเลยครับ 

หลังจากถ่ายรูปหน้าวังเสร็จเรียบร้อย เราก็พาชาวคณะไปเดินยืดเส้นยืดสายและปล่อยเวลาให้ทุกคนได้เดินช้อปปิ้งอิสระละลายทรัพย์กันยาวๆ ที่ถนน อ๊อกซ์ฟอร์ด สตรีท (Oxford Street) ย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่และคึกคักที่สุดในลอนดอน

ก่อนที่จะถึงเวลาอาหารเย็นครับ หลังจากที่พวกเราลุยเชียร์บอลและเดินเที่ยวกันมาเหนื่อยๆ ทั้งวัน มื้อเย็นวันนี้จัดเต็มด้วยปิ้งย่าง Japanese Buffet ร้านดังกลางลอนดอน ซึ่งบอกเลยว่าเป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นอีกหนึ่งร้านที่อร่อยและคุณภาพดีที่สุดในลอนดอนแล้วครับ เนื้อลายนุ่มๆ ลายหินอ่อน ย่างบนเตาร้อนๆ บอลจะแพ้จะชนะไม่เป็นไรครับ ชั่วโมงนี้ได้กินของอร่อยๆ เติมพลังให้ร่างกายทุกท่านในกรุ๊ปก็แฮปปี้ฟินเวอร์ครับ

ก่อนที่เราจะพาทุกท่านเดินทางกลับเข้าที่พักเพื่อจบโปรแกรมของวันนี้กันครับ โดยโปรแกรมของวันต่อไปจะเป็นวัน Free Day ปล่อยอิสระให้ทุกท่านในคณะได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องมีวัน Free Day แบบนี้ ?

จริงๆ แล้วเหตุผลหลักคือ ทัวร์ของเราเข้าใจดีครับว่าแต่ละท่านมีความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือสถานที่ที่อยากไปแตกต่างกัน บางคนอยากไปเดินมิวเซียมชิลๆ บางคนอยากไปคาเฟ่ชิคๆ หรือบางคนอาจจะอยากไปตามล่าช้อปปิ้งแรร์ไอเทม ซึ่งถ้าเราจัดโปรแกรมแบบอัดแน่นบังคับเดินไปด้วยกันทั้งหมด ก็อาจจะทำให้บางท่านต้องเสียเวลาไปกับสถานที่ที่ตัวเองไม่ได้อินขนาดนั้น และทำให้เสียเวลาเที่ยวไปเฉยๆ ครับ

ดังนั้น วันฟรีเดย์นี้แหละครับที่จะตอบโจทย์ที่สุด ให้ทุกท่านได้แยกย้ายไปเช็คอินในสถานที่ที่ตัวเองอยากไปจริงๆ แบบเต็มอิ่ม โดยไม่มีใครต้องมานั่งรอใคร หรือถ้าท่านไหนยังนึกไม่ออกว่าจะไปไหน จากโรงแรม Pullman London St Pancras ที่เราพัก ก็สามารถเดินเท้าชิลๆ ไปลุยที่พิพิธภัณฑ์บริติช (British Museum) ได้เลยใกล้ๆ หรือจะนั่งรถไฟใต้ดินจากหน้าโรงแรมไปลุยรอบลอนดอนก็สะดวก ถือเป็นการยืดหยุ่นและทำให้คุ้มค่าแก่เวลาของทุกคนในคณะทีมสไตร์เกอร์ครับ

อ่านต่อ Part 4

ติดตามเพื่อรับโปรโมชั่น

ไม่พลาดโปรโมชั่นทุกแพ็กเกจดูบอล

แพ็กเกจดูบอล

บริการ

ติดต่อ

Striker Journey

" Feel the Game. Live the Dream "

บริษัท สไตรเกอร์ เจอร์นีย์ จำกัด

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/12735

© Copyright 2024 powered by ANOR