มาต่อกับการเดินทางของกรุ๊ปเราในวันที่ 2 กันครับ วันนี้ตื่นเช้ามาต้อนรับด้วยอากาศที่ดรอปลงมาค่อนข้าง
Home
บล็อคท่องเที่ยว
รีวิวเต็ม โปรแกรมอาร์เซน่อล 7 วัน 4 คืน Part 2
มาต่อกับการเดินทางของกรุ๊ปเราในวันที่ 2 กันครับ วันนี้ตื่นเช้ามาต้อนรับด้วยอากาศที่ดรอปลงมาค่อนข้างหนาวเลยทีเดียวครับ แต่ยังดีที่วันนี้ไม่มีฝน ฟ้าเปิดให้เราได้เที่ยวกันแบบเต็มที่
หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเช้าเติมพลังกันเสร็จเรียบร้อย วันนี้เรามุ่งตรงไปยังหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในอังกฤษครับ นั่นก็คือหมู่บ้าน ไบบิวลี่ (Bibury) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคอตส์โวลส์ (Cotswolds) นั่นเอง เราใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมมาประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ ครับ ต้องบอกก่อนว่าที่หมู่บ้านไบบิวลี่เนี่ยถ้าเราออกมาช้านักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆ จนไม่สามารถหามุมถ่ายรูปเดี่ยวๆ ได้เลย เราเลยพาคณะออกกันแต่เช้าตรู่เพื่อมุ่งตรงมาเช็คอินที่นี่เป็นที่แรกเลยครับ
พอมาถึงก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวมาบ้างบางส่วนแล้วครับ แต่ยังไม่แน่นมาก เราเริ่มเดินลัดเลาะจากทางเดินด้านในกันก่อน ซึ่งทางเดินเส้นนี้จะพาเราไปทะลุออกทางด้านหลังของกลุ่มกระท่อมสโตนคอทเทจโบราณที่มีชื่อว่า Arlington Row ซึ่งถือว่าเป็นมุมไฮไลท์ระดับไอคอนิคของที่นี่เลยครับ
นี่แหละครับข้อดีของการมาก่อนเวลา 555 ทำให้เราสามารถถ่ายรูปมุมมหาชนสวยๆ ได้โดยที่ไม่มีคนติดเข้ามาในเฟรมเลย หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ยาวนานมาจากอุตสาหกรรมทอผ้าครับ โดยกระท่อมโบราณกลุ่มนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้เป็นคลังเก็บขนแกะ ก่อนที่ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 17 จะถูกปรับเปลี่ยนให้กลายมาเป็นบ้านพักของช่างทอผ้าขนแกะในยุคนั้น
ช่วงที่พวกเราเดินผ่าน คุณไกด์ของเราตาดีแอบเห็นนกหายากมาวางไข่ตรงพื้นที่ชุ่มน้ำพอดีเลยครับ ซึ่งพื้นที่โล่งๆ ตรงหน้ากระท่อมที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ ในอดีตมีชื่อเรียกว่า Arlington Bog ครับ ในยุคศตวรรษที่ 17 พื้นที่ตรงนี้เคยถูกใช้เป็นลานสำหรับนำขนแกะที่ปั่นและทอเสร็จจากกระท่อม Arlington Row ออกมาตากแดดให้แห้งนั่นเอง
เดินถัดขยับออกมาอีกหน่อย ก็จะเริ่มเห็นมุมที่กว้างขึ้น ได้เห็นภาพรวมของหมู่บ้านที่เงียบสงบและงดงาม
พอเดินย้อนกลับออกมาถึงถนนหลัก จะเห็นว่าหมู่บ้านนี้มี แม่น้ำโคลน์ (River Coln) ซึ่งเป็นลำธารสายน้ำใสสะอาดไหลผ่านหล่อเลี้ยงตัวหมู่บ้านอยู่ครับ พอเราเดินเล่นทอดน่องตามแนวลำธารมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นตัวอาคารสถาปัตยกรรมคลาสสิกในอีกมุมหนึ่งที่ไกลออกมา
ถัดออกมาไม่ไกลริมลำธาร ก็จะเป็นอาคารเด่นๆ ของ The Swan Hotel โรงแรมและไอริชผับเก่าแก่ระดับตำนานของหมู่บ้านที่ดัดแปลงมาจากโรงเตี๊ยมโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ตัวอาคารภายนอกจะมีไม้เลื้อยไต่ตามผนังหิน ยิ่งถ้ามาช่วงเปลี่ยนสีจะสวยมากครับ
และข้างๆ The Swan Hotel ก็จะเป็น Bibury Trout Farm หรือฟาร์มปลาเทราต์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษครับ สายน้ำใสๆ จากแม่น้ำโคลน์ทำให้ที่นี่เลี้ยงปลาเทราต์ได้คุณภาพดีมาก และของฝากที่โด่งดังขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ก็คือผลิตภัณฑ์จากปลาเทราต์ครับ มีให้เลือกซื้อทั้งแบบสดๆ หรือแบบรมควัน ใครอยากลองชิมรสชาติต้นตำรับก็สามารถซื้อกลับได้เลย
พวกเราใช้เวลาซึมซับความสโลว์ไลฟ์อยู่ที่นี่กันไม่นานครับ หลังจากนั้นก็ออกเดินทางกันต่อ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง มุ่งหน้าสู่เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด (Oxford) เมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยตึกสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าจนได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองแห่งยอดโดมทรงแหลมอันงดงาม” ครับ
มาถึงอ๊อกซ์ฟอร์ดเรียบร้อย เราตรงดิ่งไปดูที่ Christ Church กันก่อนเลยครับ ที่นี่เป็นทั้งวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดและเป็นมหาวิหารในตัวเดียวกัน มีความยิ่งใหญ่และเก่าแก่มาก และที่สำคัญคือเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง แฮรี่ พอตเตอร ในหลายๆ ฉากเลยครับ ถ้าใครเป็นแฟนเกิร์ลแฟนบอยหนังเรื่องนี้ยังไงก็ต้องร้องว้าวแน่นอน แต่ถึงต่อให้ไม่ใช่แฟนหนัง ตัวสถาปัตยกรรมหินสไตล์กอทิกที่นี่ก็สวยงามคลาสสิกจนสะกดสายตาได้อยู่หมัดเหมือนกันครับ
ส่วนไฮไลท์ในนี้ที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คือ The Great Hall หรือห้องอาหารนั่นเองครับ ซึ่งในความเป็นจริงปัจจุบันนี้ห้องอาหารนี้ก็ยังคงถูกใช้งานจริงโดยนักศึกษาและอาจารย์ของวิทยาลัยอยู่นะครับ แต่เขาก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วย และห้องนี้แหละที่เป็นแรงบันดาลใจและใช้ถ่ายทำฉากห้องอาหารอันโด่งดังในหนัง แฮรี่ พอตเตอร์ ครับ
เดินต่อออกมาด้านนอกจะเจอกับลานกว้างขนาดใหญ่ใจกลางมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า Tom Quad ครับ พื้นที่ส่วนสนามหญ้าตรงนี้เขามีกฎเหล็กที่เคร่งครัดมาก คือต้องเป็นอาจารย์หรือนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ที่นี่จริงๆ เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ลงไปเดินเหยียบบนผืนหญ้าได้ ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างเราเดินชมความสวยงามได้ตามแนวทางเดินรอบๆ ครับ
ติดๆ กันทางด้านข้างจะเป็น Christ Church Cathedral หรือมหาวิหารประจำวิทยาลัย ซึ่งวันที่เราไปเนี่ย ด้านในกำลังมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ทำกิจกรรมเนื่องในวันเทศกาลอีสเตอร์ (Easter Day) พอดีเลยครับ
หลังจากเดินกันจนเหนื่อยก็ได้เวลาของอาหารกลางวันครับ มื้อนี้เราไปจัดเต็มความอร่อยกันกับเมนูสเต็กเนื้อนุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ตามด้วยไก่ทอดเสิร์ฟคู่กับวาฟเฟิลราดไซรัป สลัดไก่ทอดเพื่อสุขภาพ และตบท้ายด้วยเมนูขนมหวานแบบจัดเต็มจุกๆ ตามสไตล์ทีมสไตร์เกอร์ครับ
หลังทานอาหารกลางวันจบเรียบร้อย เรายังคงอยู่เที่ยวกันต่อที่เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ดครับ จุดต่อไปเราเดินไปชมความอลังการของ Bodleian Library ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปและเป็นห้องสมุดหลักของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ข้างๆ กันจะเห็นอาคารรูปทรงกลมขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์มาก นั่นคือ Radcliffe Camera ห้องอ่านหนังสือสถาปัตยกรรมแบบปัลลาเดียนที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กมหาชนที่ใครมาอ๊อกซ์ฟอร์ดต้องมาถ่ายรูปคู่ด้วย และอีกหนึ่งจุดใกล้ๆ กันคือ The Hertford Bridge หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ Bridge of Sighs (สะพานถอนหายใจ) สะพานเชื่อมตึกอาคารเรียนที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสะพานถอนหายใจอันโด่งดังที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลีครับ
หลังจากคณะเราเดินชมสถาปัตยกรรมกันจนครบก็ปล่อยเวลาให้ทุกคนได้เดินเล่น ช้อปปิ้งอิสระซื้อของที่ระลึกของมหาวิทยาลัยกันสักนิด ก่อนที่เราจะเดินทางเข้าสู่ลอนดอนกันครับ แต่ก่อนจะเข้าลอนดอนเราก็ไม่พลาดที่จะแวะให้ชาวแก๊งได้ละลายทรัพย์กันที่ Bicester Village Outlet กันก่อน เพราะเอาท์เล็ทแบรนด์เนมระดับโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ดเลยครับ แวะให้ได้ช้อปปิ้งป้ายยากันหอมปากหอมคอ พอกระเป๋าเริ่มเบาเราก็เดินทางเข้าสู่ลอนดอนเพื่อเตรียมตัวสำหรับไฮไลท์สำคัญในการชมเกมส์ของอาร์เซน่อลในวันถัดไปครับ
มาถึงลอนดอนตอนเย็น ท้องเริ่มประท้วง มื้อเย็นวันนี้พามาทานอาหารจีนร้านชื่อดังระดับตำนานของที่นี่ครับ นั่นก็คือร้าน Gold Mine ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่อง “เมนูเป็ดย่าง” ครับ หากพูดถึงเมนูเป็ดที่ลอนดอน แฟนบอลหรือนักท่องเที่ยวไทยมักจะมีการถกเถียงกันอยู่บ่อยๆ ว่าร้านไหนอร่อยเด็ดกว่ากันระหว่างร้าน Gold Mine และร้าน Four Seasons ในมุมมองและประสบการณ์ของทัวร์เรานั้น Four Seasons อาจจะเป็นร้านที่ชื่อเสียงดังติดหูคนไทยมากกว่า แต่ถ้าเรื่องรสชาติความเข้มข้น น้ำราดเป็ดที่กลมกล่อมเนื้อเป็ดที่นุ่มฉ่ำสะใจ เราเลือกร้าน Gold Mine ที่เน้นความอร่อยเน้นๆ ไว้ให้ชาวแก๊งสไตร์เกอร์ของเราก่อนครับ และแน่นอนว่าอาหารโต๊ะจีนมื้อนี้เราจัดเต็ม เมนูละลานตาอิ่มแบบเดิมทุกมื้อ ไม่มีกั๊กครับ
หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทางเข้าเช็คอินกันที่โรงแรม Pullman London St Pancras โรงแรมหรูระดับ 4 ดาวครึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ทำเลคือสิบเต็มสิบเพราะตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ King’s Cross และ St Pancras เดินทางสะดวกสบายมาก ห้องพักโมเดิร์น เตียงนุ่ม หลับสบาย จบวันที่สองไปแบบครบรส ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ช้อปปิ้ง และของอร่อย พร้อมลุยในวันพรุ่งนี้แล้วครับ
© Copyright 2024 powered by ANOR